แพทย์เตือนมูลนกพิราบ ใครหายใจเข้าไปอาจป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิต

ปัญหานกพิราบล้นเมือง กลายเป็นปัญหาหนึ่งที่กรุงเทพมหานครต้องรีบแก้ไขอย่างด่วนที่สุด ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการให้อาหารของนักท่องเที่ยวจนทำให้นกพิราบไม่ยอมย้ายถิ่นฐานไปไหน อีกทั้งมูลนกพิราบยังมีเชื้อโรค หากผู้ใดสูดดมเข้าไปอาจป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิต

น.พ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้อง ICU เฉพาะทางเดินโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าอากาศในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ขณะนี้ปนเปื้อนด้วยเชื้อราคริปโตคอคคัส ลอยขึ้นมาจากมูลนกพิราบ ใครโชคร้ายหายใจเชื้อราตัวนี้เข้าไปอาจป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิต ถึงเวลาเราต้องจำกัดลดจำนวนนกพิราบในเมืองให้น้อยลง นอกจากนี้ ยังโพสต์รูปภาพการเอกซเรย์ปอดของผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 50 ปี ที่บ้านไม่เลี้ยงนก ไม่มีนกพิราบมาเกาะที่หน้าต่างหรือหลังคาบ้าน มีโรคประจำตัวรูมาตอยด์ กินยากดภูมิ และโรคหัวใจขาดเลือด มีอาการไอ เหนื่อยมาก เสมหะไม่มาก ไข้สูง 2 วัน ไปเข้าโรงพยาบาลอื่นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเอกซเรย์ปอดมีฝ้าขาวทั้งสองข้าง

หลังจากนั้น ขอย้ายมารักษาต่อที่โรงพยาบาล เจาะเลือดเม็ดเลือดขาวในเลือดไม่สูง ส่งตรวจคริปโตคอคคัสแอนติเจนในเลือด ได้ผลบวก วินิจฉัยเป็นโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อราคริปโตคอคคัส ให้ยาฆ่าเชื้อราทั้งชนิดฉีดและกิน อาการดีขึ้น สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ในเวลา 8 วัน นอนรักษาในรพ.นาน 1 เดือนครึ่ง เหนื่อยน้อยลง กลับบ้านได้ เอกซเรย์ปอดล่าสุดดีขึ้นมาก สรุป คือผู้ป่วยรายนี้เป็นโรครูมาตอยด์มีภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่เคยใกล้ชิดกับนกพิราบ แต่คงหายใจอากาศที่ปนเปื้อนด้วยสปอร์ของเชื้อรา เมื่อเชื้อราเข้าปอดทำให้ปอดอักเสบรุนแรง ถึงขั้นระบบหายใจล้มเหลว ผู้ป่วยรายนี้ต้องกินยาฆ่าเชื้อราต่ออย่างน้อย 6 เดือน